ตั้งแต่ จำความได้ ผมก็พบว่าตัวเองอยู่ในกลุ่ม "ชอบหาเรื่องใส่ตัว" มาตลอด ชอบทำอะไรยากๆ และไม่เหลียวแลสิ่งที่ทำได้ง่ายและแน่นอน

แม้จะเป็นเด็กเรียนดี ติดท็อปไฟน์ แต่ก็ไม่เคยเป็นเด็กว่าง่าย

ม 1 เริ่มเบี้ยวการบ้าน แล้วก็ไปเถียงครูว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องเอาเวลา 20 นาทีไปทำอะไรที่มันทำได้แน่ๆ อยู่แล้ว เอาเวลา ไปอ่านไปค้นสิ่งที่ผมไม่รู้ดีกว่า

ม 2 หอบหนังสือเป็นตั้งๆ ไปแอบอ่านในห้องเรียน เพราะที่สอนอยู่น่ะ น่าเบื่อเสียเหลือเกิน และถูกครูไล่ออกนอกห้อง

ม 3 เกือบจะไม่จบ ม ต้นเพราะเล่นไม่ส่งรายงานเลยทั้งปี ขอบคุณเพื่อนๆในรุ่นตอนนั้น ที่โทรมาลากมาจิกให้ทำจนจบมาได้

ช่วง ม 2-3 ยังบ้า อิเล็กทรอนิกค์ ขนาดหนัก ทุ่มซื้อหนังสืออิเล็กทรอนิกค์ ระดับมหาลัยมานั่งอ่าน ไม่รู้เรื่องหรอก แต่ทู่ซี้มั่วๆไป แล้วก็ซื้ออุปกรณ์มาลองทำตามที่ออกแบบเอง สำเร็จหนึ่งชิ้น ที่เหลือเหลวหมด หมดเงินไปเยอะ

พอขึ้น ม 4 หันมาบ้าเขียนโปรแกรม ประกอบกับประนีประนอมกับ อาจารย์ได้ โดย อ สอนไป ผมก็เอาโจทย์อื่นๆ มานั่งทำ หรืออะไรก็ได้ที่ไม่กวนชาวบ้าน ตราบเท่าที่คะแนนออกมาดี

ขนาดว่า มีวันหนึ่งผมตั้งใจเรียนได้ จบคาบ อ ชมว่า "เก่งนี่ วันนี้ไม่หลับ" -_-

ม 5 เตรียมสอบ โอลิมปิกวิชาการครั้งแรก ตกรอบแรก อย่างสง่างาม

ม 6 ลุยอีกหน คราวนี้ แบกโจทย์ไปทำทุกคาบ ฟิสิกส์ เลข เคมี ชีวะ ไม่สน อ่านเตรียมโอลิมปิกอย่างเดียว แล้วก็ได้ผ่านเข้าค่ายสมใจ

ค่อนข้างจะเป็นพวกนอกคอกแล้วก็ปัจเจกนิยม

ช่วงมหาลัย ไม่ได้แหกคอก อะไรมากนัก เพราะชีวิตค่อนข้างอิสระ และที่เรียนก็ยาก ท้าทายเต็มๆอยู่แล้ว

เริ่มทำงาน ก็เลือก บริษัท ที่เสนองานยากๆ จนไม่มีคนอื่นยอมทำ แม้ว่า บริษัทอื่นจะให้เงินเดือนเยอะกว่า

แต่จนถึงวันนี้ ที่ทำมาก็รู้หมดแล้ว รู้สึกไฟเริ่มมอด งานไม่สนุกเหมือนเก่า เมื่อรู้ว่างานนี้เราทำได้ในเวลาเท่าไหร่แน่ๆ ก็เริ่มไม่อยากทำ

น่าเบื่อจริงๆ


edit @ 2005/04/30 15:21:57

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ต้องไปต่อด๊อกครับ

#1 By ลิ่ว on 2005-04-27 20:23

ต่ออีกนิด

เป็นอาการเดียวกับที่ผมเชื่อ VHDL แฮะ

มาถึงวันนึงแล้ว เมืองานที่ทำอยู่กลายเป็นงานที่ทำไปเรื่อยๆ

โดยเฉพาะเมื่อไม่มีใครมาท้าทายเราให้ทำอะไร วันนึงผมทำ VHDL พบว่าโค้ดธรรมดาๆ ของผมกลายเป็นเรื่องน่าทึ่งของหลายๆ คน ตอนนี้เปลี่ยนแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะตื่นเต้นไปอีกนานเท่าใหร่

#2 By ลิ่ว on 2005-04-27 20:26

พวกนี้เคยฟังพี่เล่ามาบ้างแล้ว สงสัยพี่ต้องเปิด บ. เองแล้วล่ะ

#4 By markpeak on 2005-04-28 15:59

คนเก่งไม่ต้องการความมั่นคงหรอก ต้องการความท้าทายต่างหาก

#5 By PaePae on 2005-04-28 18:19

markpeak: ยังไม่อยากกดดัน เรื่อง บ ต้องทำกำไรเพื่อดำรงชีวิตอะ แต่ก็คิดอยู่นะ

#6 By house on 2005-04-28 19:44

ง่า อย่างนี้ต้องเป็นเจ้านายตัวเองครับ ไม่ฟรีแลนซ์ก็ทำธุรกิจเองเลย

บางทีคนก็ต้องทนเบื่อบ้างล่ะน่อ อิอิ
เป็นหนุ่ม advance ดี ชอบการท้าทาย = ชอบการเอาชนะ ถือเป็นสิ่งดี

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ไม่สามารถหาความท้าทายใหม่ๆ ได้ มันจะทำให้ชีวิตน่าเบื่อและเหี่ยวเฉา จำไว้เสมอว่า "ทางสายกลาง" มันดีที่ซู้ด

#8 By พู่ไหม on 2005-04-29 09:46

#9 By (203.113.80.13) on 2005-05-14 10:04

ความท้าทายอย่างใหม่ น่าจะเป็นว่า "อดทนกับสิ่งซ้ำซากจำเจ" ได้นานเท่าไหร่

คือ.. การที่ประสบความสำเร็จเร็วและไม่ยากเย็นเหมือนคนอื่น อาจจะ ทำให้ไม่ได้เห็นค่าของมันมากนัก
พูดจริงๆ
อย่างคนเก่งระดับท๊อปจะมาเข้าใจความรู้สึกของคนที่ท่องหนังสือแทบตายแต่ก็ทำได้แค่พอผ่าน คงเป็นไปไม่ได้
คนหนึ่งอาจจะมีพรสวรรค์ในเรื่องหัวดี แต่อีกคน ก็คงมีพรสวรรค์ในเรื่องความอดทน

แหะๆ ถ้าหากเบื่อความจำเจ ก็อยากจะแนะนำให้หาอะไรทำเพิ่ม เช่น งานพิเศษ หรืออะไร เพิ่มความยาก หรือเรียนต่อ ป.โท ตอนภาคค่ำ มันอาจจะดูท้าทายขึ้นเพราะกว่าจะเสร็จงานก็ดึกแล้ว.. แต่ไม่แนะนำให้ลาออกจากงานค่ะ เพราะถ้าลาออกเพราะเบื่อ ก็จะลาออกไปเรื่อยๆ ทำงานที่ใหม่เรื่อยๆไป จนอาจจะไม่ได้ก้าวไปสู้ตำแหน่งที่สูงๆได้
แค่คำแนะนำ แต่การตัดสินใจอยู่ที่คุณนะคะ

#10 By โมจิ on 2005-06-18 21:19

#11 By (203.113.61.70) on 2005-12-05 21:57

#12 By (125.25.19.11) on 2007-01-25 20:08

#13 By (222.123.234.45) on 2007-08-24 13:57